แนวคิด หลักการและโมเดลการประเมินของครอนบาค (Cronbach's Concepts and Model)
ตามทัศนะของครอนบาค เชื่อว่าการประเมินเป็นการรวบรวมข้อมูลการใช้สารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดโปรแกรมทางการศึกษาในส่วนของการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการ จัดการศึกษานั้น ครอนบาคได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. การตัดสินใจเพื่อการปรับปรุงรายวิชา
2. การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับตัวนักเรียนเป็นรายบุคคล
3. การจัดการบริหารโรงเรียน
ครอนบาคมีความเห็นว่า การประเมินนั้น ไม่ควรกระทําโดยใช้แบบทดสอบแต่เพียง อย่างเดียว แต่ควรมีมาตรการอื่นประกอบด้วย ครอนบาค ได้เสนอแนวทางการประเมินเพิ่มเติมไว้ อีก 4 แนวทาง คือ
1. การศึกษากระบวนการ (Process Studies) ได้แก่การศึกษาภาวะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน
2. การวัดศักยภาพของผู้เรียน (Proficiency Measurement) ครอนบาคได้ให้ความสําคัญ ต่อคะแนนรายข้อมากกว่าคะแนนจากแบบทดสอบทั้งฉบับ และให้ความสําคัญต่อการสอน เพื่อวัดสมรรถภาพของผู้เรียนระหว่างการเรียนการสอนว่ามีความสําคัญมากกว่าการสอบประจํา ปลายภาคเรียนหรือการสอบปลายปี
3. การวัดทัศนคติ (Attitude Measurement) ครอนบาคให้ทัศนะว่าการวัดทัศนคติเป็นผล ที่เกิดจากการจัดการเรียนการสอนส่วนหนึ่ง ซึ่งมีความสําคัญเช่นกัน
4. การติดตาม (Follow Up Studies) เป็นการติดตามผลการทํางาน หรือภาวะการเลือก ศึกษาต่อในสาขาต่างๆ รวมทั้งการให้บุคคลที่เรียนในระดับขั้นพื้นฐานที่ผ่านมาแล้ว ได้ประเมินถึง ข้อดีและข้อจํากัดของวิชาต่างๆ ว่าควรมีการปรับปรุงเพิ่มเติมอย่างไร เพื่อช่วยในการพัฒนาหรือ ปรับปรุงรายวิชาเหล่านั้นต่อไป
เมื่อสรุปแนวคิดของครอนบาคข้างต้นแล้ว จะเห็นว่าครอนบาคมีความเชื่อว่า การประเมิน ที่เหมาะสมนั้นต้องพิจารณาหลาย ๆ ด้าน ดังที่กล่าวมาแล้วทั้ง 4 ประการ โดยเน้นว่า การประเมิน โครงการด้านการเรียนการสอนนั้นไม่ควรประเมินเฉพาะแต่จุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้เท่านั้น แต่ควร ประเมินหรือตรวจสอบผลข้างเคียงของโครงการด้วยครอนบาคยังมีความเห็นเพิ่มเติมอีกว่าหน้าที่ สําคัญประการหนึ่งของการประเมินโครงการด้านการเรียนการสอนก็คือ การค้นหาข้อบกพร่องของ โครงการเพื่อจะได้หาทางปรับปรุงแก้ไขกระบวนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น